<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

*+* รัก.. เพราะอะไร.. *+*
*+* ฟ้าเดียวกัน *+*
*+* Under the same sky.. *+*
*+* Next Station ----> Silom *+*
*+* Next Station ----> Silom *+*
*+* งาน(อยาก)เขียนชิ้นแรก.. *+*
*+* ส่งต่อความคิดถึงและห่วงใย *+*
*+* จะเก็บไว้นานๆ *+*
*+* ยิ่งนานวัน...ยิ่งรักเธอ.. *+*
*+* Love will keep us alive *+*
*+* สายลม.. *+*
*+* ในใจฉันรู้ดี.. ฉันมีเธอ.. *+*
*+* ให้รักเป็นสายลมผ่าน.. ระหว่างเรา.. *+*
*+* ความสุขในความทรงจำ *+*
*+* วันสุดท้าย *+*
*+* วาเลนไทน์แรกของเราสองคน.. *+*
*+* สนทนาภาษาคนรัก # 2 *+*
*+* ฟ้าเป็นคนกำหนดให้เราได้รักกันจริงหรือ.. *+*
*+* สนทนาภาษาคนรัก # 1 *+*
*+* กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา *+*
*+* หนังสือเล่มหนึ่ง *+*
*+* ช่วงเวลาที่อยากให้โลกหมุน.. ช้า.. *+*
*+* คำสอนของพี่ *+*
*+* กาลครั้งหนึ่ง.. เมื่อคืนนี้.. *+*
*+* กาลครั้งหนึ่ง.. เมื่อคืนนี้.. *+*
*+* หากไม่ได้เป็นเพียงแค่ "วันหนึ่ง" *+*
*+* วันพิเศษ คืนพิเศษ คนพิเศษ *+*
*+* TSC - Buddy Party (Part 4) *+*
*+* TSC - Buddy Party (Part 3) *+*
*+* TSC - Buddy Party (Part 2) *+*
*+* TSC - Buddy Party (Part 1) *+*
*+* อนึ่งบันทึกพอสังเขป *+*
*+* เรื่องราวเมื่อวันวาน.. *+*
*+* กว่าจะมีวันนี้.. *+*
*+* กว่าจะมีวันนี้.. *+*
*+* วันนี้...ที่เฝ้ารอ.. *+*
*+* ท่วงทำนองที่ไม่เคยเงียบหาย *+*
*+* I'll Be With You Forever... *+*
*+* Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อ *+*






 

ถ้าไม่นับถึงการที่ได้มานั่งพิมพ์เหล่าตัวหนังสือทั้งหลายอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ก็นับได้ว่าเป็นระยะที่เวลานานเหลือเกิน ที่ไม่ได้จับปากกา หรือดินสอ
ขีดเขียนถ่ายทอดเหล่าตัวหนังสือที่ออกมาจากความรู้สึก
ลงบนสมุดบันทึกสีน้ำตาลคู่ใจเล่มนี้อย่างจริงจังเลย..

เกือบ 2 เดือนได้แล้วใช่มั๊ย..


ใช่ว่าจะละเลยในสิ่งที่เคยทำอยู่เป็นประจำ
ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจในความสำคัญของเพื่อนร่วมชีวิต
แต่ด้วยภาระการงานที่เยอะเพิ่มขึ้นและหนักมากขึ้น
จึงทำให้ไม่สามารถกระดิกตัวไปทำอย่างอื่นได้เลย
บวกกับเรื่องของอารมณ์ที่ในบางครั้งรู้สึกแย่เกินจะทนไหว
จนเกิดความรู้สึกที่ไม่อยากจะทำอะไรเลยแม้แต่น้อย
จึงทำให้ต้องเว้นว่างจากการขีดเขียนไป..


สมุดเล่มหนาที่มีฝุ่นบางๆ ปกคลุม บวกหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าที่เปิดเจอ
บ่งบอกถึงการขาดหายไปของเจ้าของ คงจะสะท้อนอะไรได้บางอย่างเป็นแน่..
 

.....


มันไม่ง่ายและแทบจะเป็นไปไม่ได้นักหรอก
ที่ชีวิตของคนเราจะมีเรื่องให้ได้ยิ้มและหัวเราะอยู่ตลอดเวลา
และมันก็ไม่ง่ายและแทบจะเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน
ที่ชีวิตของคนเราจะมีแต่เรื่องให้ต้องเสียใจและร้องไห้อยู่เรื่อย


การที่ได้พบเจอและได้รู้จักกับผู้คนมากหน้าหลายตา
ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตที่ได้เปิดโลกทัศน์ทางสังคมที่กว้างขึ้นให้กับตัวเอง
ได้รู้จัก สร้างปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เรียนรู้ถึงอุปนิสัยใจคอของคนเหล่านั้น


อ่านหนังสือยังต้องใช้เวลา..
การที่จะรู้จักกับใครสักคนหรือหลายคนอย่างถ่องแท้
ก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน..
จะยาวนานมากน้อยแค่ไหนก็คงแล้วแต่ละกรณีในการเปิดใจ..


แต่ก็บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้คำพูดของใครหลายคนที่รู้จักกันเพียงแค่ผิวเผิน
มามีอิทธิพลเหนือต่อความรู้สึกของตัวเองมากเหลือเกิน
เคยถามตัวเองหลายครั้งว่าทำไม.. ต้องไปแคร์คนพวกนั้น
ทำไมต้องไปใส่ใจถึงขนาดนั้นด้วย.. เพราะอะไร?
 

"..................."
 
 
.....
 

การกระทำไวเท่าความคิด
เช้าวันใหม่ภายหลังจากเม็ดฝนหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
สมุดบันทึกเล่มหนาหน้าปกสีน้ำตาล
ที่ถูกปิดและวางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะเล็กข้างหัวนอนถูกคว้าติดมือ
กำลังจะได้ออกเดินทางร่วมกันไปกับเจ้าของอีกครั้ง
หลังจากที่ได้แยกห่างกันไปนานหลายเดือน


จุดหมายปลายทางอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง
บ้าน.. ที่เปิดรับเราตลอดยี่ 24 ชั่วโมง
บ้าน.. ที่มีแต่กลิ่นไอของความอบอุ่นอยู่ทั่วอาณาบริเวณ
บ้าน.. ที่เต็มไปด้วยกำลังใจที่พร้อมจะมอบให้อย่างเต็มเปี่ยมไม่แพ้บ้านของตัวเอง
หลายครั้งที่รู้สึกไม่สบายใจ.. ก็จะมาที่นี่..
บ้าน.. ที่มีแต่ความรักและความผูกพัน


บ้าน.. ที่มีชิงช้าไม้..


.....


บทสนทนาเบาๆ เริ่มต้นขึ้นภายหลังอาหารมื้อค่ำ บนเสื่อผืนคุ้นตาที่ถูกปูอยู่ข้างๆ ชิงช้า
หนึ่งร่างนั่งอยู่บนชิงช้า พร้อมกับการเคลื่อนที่ของชิงช้าไปมาอย่างเบาๆ
หนึ่งร่างนั่งเล่นอยู่บนเสื่อผืนนั้น.. เครื่องเล่นเพลงเครื่องเล็กที่พกติดตัวมาด้วย
ถูกพันธนาการไปด้วยสายลำโพงถูกต่อลากยาวออกมาจากตัวบ้าน
กำลังทำหน้าที่ส่งเสียงเพลงคลอไปเบาๆ อย่างซื่อตรง


หลายชั่วโมงล่วงเลยผ่านกับหลากหลายเรื่องราวที่ได้พูดคุยกัน
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคงไม่พ้นเรื่องระหว่าง "เรา"
ทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และรวมถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
มีความเงียบเข้าปกคลุมการพูดคุยบ้างซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร กว่าต่างจะรู้สึกตัวก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่แล้ว


บทสนทนาที่มีจึงจำเป็นต้องจบลงตามค่าความหนักของหนังตาของคู่สนทนาฝ่ายตรงข้าม
ในขณะที่เรานั้นยังไม่ได้รู้สึกถึงความง่วงแม้แต่น้อย.. แต่ก็ต้องแยกย้ายกันไป..


.....
 

ช่วงเวลาเงียบๆ ที่ได้อยู่คนเดียวในระยะเวลาสั้นๆ
ก็เหมือนกับการได้นำตัวเองเข้าสู่โลกอีกโลกหนึ่ง
สำหรับคิด ทบทวนถึงเรื่องราวเหตุการณ์ที่ผ่านมา
และมองไปข้างหน้าสำหรับอนาคตที่อยู่ไม่ไกล..


ค่ำคืนวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ต่อเนื่องเข้าสู้วันใหม่ ช่วงเวลาที่เว้นจากการทำงานในวันนี้
กำลังใกล้จะหมดลง และกำลังจะเข้าสู่ช่วงเวลาของการทำงานในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ภายหลังจากที่แสงอาทิตย์เริ่มออกทำหน้าที่


ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้จับปากกา นั่งทอดอารมณ์
ถ่ายทอดเหล่าตัวอักษรที่แสนจะธรรมดาแต่ออกมาจากความรู้สึก
ลงบนสมุดเล่มคุ้นตาเล่มนี้อีกสักครั้ง..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา


 
ขอบคุณ.. ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาก
ทั้งๆ ที่อยู่ในท่ามกลางภาวะอารมณ์รอบตัวที่แย่ๆ อย่างนี้
เคยคิด.. ว่าจะมีใครอีกไหมที่ทำให้คนๆ นี้
รู้สึกได้ว่าตัวเองมีค่าสำหรับคนอีกคนมากถึงขนาดนี้..


คงจะไม่มีอีกแล้วจริงๆ


.....

=+=+=+=+=

=+=+=+=+=


Beginning of Life

สี่ กุมภาพันธ์ สองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ด
เวลา ตีสอง สี่สิบห้านาที

เขียนที่บ้าน.. (ของใครสักคน)
พญาไท กรุงเทพฯ

Posted on Mon 4 Feb 2008 9:51
Edit
Posted on Mon 4 Feb 2008 9:58
อ่านแล้วจินตนาการได้เลยค่ะ ว่าบรรยากาศอย่างนี้ต้องโรแมนติกแน่นอนกับใครบางคนที่เรารัก แต่มันออกมาดูเศร้าเล็กน้อยนะคะ แต่อย่างน้อยมันก็มีความสุขที่แฝงอยู่

รักษาสุขภาพนะคะ
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Fri 8 Feb 2008 22:40 [7]

การได้เขียนอะไรระบายมันออกมา ทำให้เรารุสึกดีขึ้นเยอะเรยโนะพี่บี

น้องมาแร๊น จากหายไปนาน อิอิ
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Fri 8 Feb 2008 20:18 [6]

อยากนั่งชิงช้า นอนกลิ้งบนพื้นหญ้า...
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Mon 4 Feb 2008 20:44 [5]

อยากจะขอไปหลบพักใจที่บ้านไออุ่นหลังนี้บ้างจัง
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Mon 4 Feb 2008 16:39 [4]

กอด กอด หายหนาวยั้ง เดี๋ยวมาหาใหม่อิทีน๊า
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Mon 4 Feb 2008 16:29 [3]

การได้นั่งคิดทบทวนเป็นสิ่งดี ที่ทำให้เรานึกถึงเรื่องราวที่ดีของอดีต แต่อย่าลืมว่าเราอยู่ในเวลาปัจจุบัน

อย่าลืมนึก และวางแผนอนาคตนะน้องรัก
 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Mon 4 Feb 2008 14:45 [2]

ช่วงนี้ไม่ว่างแวะไปหาใครเลย
ต้องขออภัยอย่างแรงฮับ


 กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา
BeE  กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา   กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา  
Mon 4 Feb 2008 10:02 [1]

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง  กาลครั้งหนึ่ง ณ คืนวันธรรมดา
 
Posted on Tue 12 Feb 2008 13:28


**คอมเม้นท์หน้านี้สำหรับเจ้าของไดอ่านเท่านั้น**